อสังหาริมทรัพย์ครึ่งหลังปี 2555 : รอลุ้นหน้าฝน... หากน้ำไม่ท่วมคาดกิจกรรมการซื้อขายน่าจะฟื้นตัว

Source - ศูนย์วิจัยกสิกรไทย, บจ. (Th)

Monday, June 25, 2012  11:45

 

 

          ตั้งแต่ต้นปี 2555 ที่ผ่านมา ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีความคึกคักแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ โดยตลาดอสังหาริมทรัพย์ในต่างจังหวัดอาจมีความคึกคักมากเป็นพิเศษ เนื่องมาจากผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่จากกรุงเทพฯ ได้ขยายฐานการลงทุนพัฒนาที่อยู่อาศัยในจังหวัดใหญ่ๆ หลายโครงการ และในหลายจังหวัดพร้อมกัน อย่างไรก็ดี สำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาวะตลาดค่อนข้างจะแตกต่างจากตลาดต่างจังหวัดอยู่พอสมควร โดยตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงมีภาพของวิกฤติน้ำท่วมเมื่อปี 2554 ที่ผ่านมา ที่ยังบั่นทอนความเชื่อมั่นในการซื้อที่อยู่อาศัยของผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในพื้นที่ที่เคยถูกน้ำท่วม  เห็นได้จากกิจกรรมการซื้อขายที่อยู่อาศัยในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2555 ยังคงหดตัว ขณะที่การเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ในช่วงที่ผ่านมา ชะลอตัวลงเช่นกัน โดยเฉพาะการเปิดตัวโครงการบ้านแนวราบที่หดตัวลงค่อนข้างแรง

          สำหรับทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงที่เหลือของปี 2555 นี้ เมื่อพิจารณาถึงปัจจัยภาวะแวดล้อมทางธุรกิจ พบว่า ปัจจัยหนุนตลาดยังคงอ่อนแอ แม้คาดว่าในช่วงครึ่งหลังของปี เศรษฐกิจไทยจะเริ่มฟื้นตัวดีขึ้น แต่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังมีปัจจัยเสี่ยงเฉพาะรุมเร้า ที่อาจจะเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของธุรกิจ ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้วิเคราะห์แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงที่เหลือของปี 2555 ดังนี้

 

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงที่เหลือของปี 2555 : ปัจจัยบวกยังเบาบาง... จับตาประเด็นน้ำท่วม & ปัญหาเศรษฐกิจ

          เมื่อพิจารณาเครื่องชี้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา พบว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลยังคงอ่อนแรง โดยแม้ว่าตลาดจะยังคงมีปัจจัยหนุนจากมาตรการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้ที่ซื้อที่อยู่อาศัยหลังแรก และมาตรการสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.0 เป็นเวลา 3 ปี โดยทั้ง 2 มาตรการนี้ จะสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2555 แต่ผลจากวิกฤติน้ำท่วมเมื่อปลายปี 2554 ที่ผ่านมา ยังคงสร้างความกังวลใจให้แก่ผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัย ซึ่งผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยต่างชะลอการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยในทำเลที่เคยถูกน้ำท่วม เนื่องจากเกรงว่าจะถูกน้ำท่วมซ้ำอีกครั้ง ซึ่งประเด็นดังกล่าวนี้เป็นปัจจัยที่กดดันการเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงที่ผ่านมา จากรายงานของ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ พบว่า การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2555 ที่ผ่านมา หดตัวร้อยละ 7.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือมีประมาณ 42,663 หน่วย

          ขณะที่ภาวะการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพมหานครฯและปริมณฑลก็อ่อนตัวลงเช่นกัน จากผลสำรวจของบริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด พบว่า ในช่วง 5 เดือนแรก ของปี 2554 มีจำนวนที่อยู่อาศัยเปิดใหม่ประมาณ 34,008 หน่วย หดตัวร้อยละ 16.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยที่ผ่านมาผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หันมาเน้นการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมเป็นสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 77.9 ของจำนวนที่อยู่อาศัยที่เปิดใหม่ทั้งหมด

 

          สำหรับทิศทางการลงทุนและภาวะการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยในช่วงที่เหลือของปี 2555 นี้ ธุรกิจคงต้องเผชิญกับแรงกดดันที่ส่งผลกระทบในด้านลบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ แม้อาจพอมีปัจจัยบวกที่จะช่วยหนุนความต้องการในตลาดอยู่บ้างจากมาตรการที่อยู่อาศัยบ้านหลังแรกของภาครัฐ และโครงการ Soft Loan ของธนาคารแห่งประเทศไทย ก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาถึงปัจจัยแวดล้อมในด้านอื่นๆ ของธุรกิจต้องยอมรับว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังมีปัจจัยเสี่ยงรออยู่ข้างหน้าหลายประการ โดยนอกเหนือจากความกังวลต่อโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมซ้ำแล้ว สภาพเศรษฐกิจในระยะข้างหน้าที่ยังคงอยู่ภายใต้ความเสี่ยงต่อวิกฤติเศรษฐกิจโลกครั้งใหม่

          อีกทั้งตลาดยังมีปัจจัยสำคัญที่อาจมีผลต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้อ่อนตัวลงในระยะสั้นได้ โดยตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2555 จะมีการใช้ราคาประเมินที่ดินฉบับ พ.ศ. 2555-2558 ซึ่งราคาที่ดินประเมินรอบใหม่จะมีผลต่อภาระรายจ่ายในการซื้อที่อยู่อาศัยที่สูงขึ้น

 

          ขณะที่ต้นทุนการดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังคงอยู่ในช่วงขาขึ้น ซึ่งจะมีผลต่อการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่คาดว่าจะมีความท้าทายมากขึ้น ในการที่จะดำเนินกลยุทธ์การตลาดที่จะสามารถคงระดับราคาขายที่อยู่อาศัย หรือให้ราคาที่อยู่อาศัยปรับขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากปัจจัยแวดล้อมทางธุรกิจที่ไม่เอื้อต่อการเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 2555 โดยเฉพาะในด้านของผู้บริโภค ที่กำลังเผชิญกับปัญหาภาระรายจ่ายชีวิตประจำวันที่เพิ่มขึ้น ซึ่งมีผลต่อการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยสำหรับต้นทุนการประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่สำคัญ นอกเหนือจากประเด็นเรื่องการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2555 ที่ผ่านมาแล้วนั้น ผู้ประกอบการยังต้องเผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนด้านอื่นๆ ที่สำคัญ ได้แก่

          - ราคาวัสดุก่อสร้างปรับขึ้นตามความต้องการใช้ในประเทศและต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ต้นปี 2555 ที่ผ่านมา ราคาวัสดุก่อสร้างหลายประเภทปรับตัวสูงขึ้น จากรายงานของกระทรวงพาณิชย์ พบว่า ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2555 ที่ผ่านมา ราคาวัสดุก่อสร้างปรับตัวขึ้นประมาณร้อยละ 4.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยวัสดุก่อสร้างที่ปรับขึ้น ส่วนใหญ่จะเป็นวัสดุก่อสร้างที่ใช้ในการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ เช่น ผลิตภัณฑ์คอนกรีตปรับขึ้นร้อยละ 15.2 และกลุ่มวัสดุก่อสร้าง เช่น ยางมะตอย ทราย และอิฐ ปรับขึ้นร้อยละ 10.3 เป็นต้น ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า แนวโน้มราคาวัสดุก่อสร้างในช่วงที่เหลือของปี 2555 นี้ น่าจะยังคงตัวอยู่ระดับสูง โดยทั้งปี 2555 คาดว่า ราคาวัสดุก่อสร้างจะปรับขึ้นประมาณร้อยละ 4.0-5.0 จากที่ปรับขึ้นร้อยละ 6.3 ในปี 2554

          - ราคาที่ดินปี 2555 ยังคงปรับตัวสูงขึ้น ผลจากความต้องการและการใช้ราคาประเมินที่ดินฉบับใหม่ ปัจจุบันราคาที่ดินมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในหลายๆ พื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ย่านธุรกิจที่สำคัญที่ในกรุงเทพฯ ราคาที่ดินปรับตัวสูงอย่างเห็นได้ชัด โดยปัจจัยที่จะมีผลต่อการขยับขึ้นของราคาที่ดินในปี 2555 นี้ ได้แก่ การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เช่น ทำเลตามแนวรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯและปริมณฑล เป็นต้น

 

          นอกจากนี้ราคาที่ดินในปี 2555 นี้ ยังมีปัจจัยจากการใช้ราคาประเมินที่ดินฉบับใหม่ โดยตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2555 ทางกรมธนารักษ์จะใช้บัญชีราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินฉบับปี 2555-2558 โดยในพื้นที่ที่มีศัยภาพทางธุรกิจราคาประเมินมีการปรับขึ้นสูงกว่าร้อยละ 100 ของราคาประเมินเดิม ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า แนวโน้มราคาที่ดินในปี 2555 จะขยับขึ้นเฉลี่ยประมาณร้อยละ 10.5-12.5 สูงขึ้นกว่าอัตราการเพิ่มในปี 2554 ที่ประมาณร้อยละ 7.8 และเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นที่สูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ในทำเลที่มีศักยภาพในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

 

เครื่องชี้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครึ่งหลังปี 2555 ...คาดกลับมาเติบโตเป็นบวกหลังจากหดตัวแรงในช่วงน้ำท่วม

 

- การเปิดโครงการที่อยู่อาศัยใหม่เขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ...โครงการแนวราบยังชะลอตัว ด้วยผลจากน้ำท่วม

          จากปัจจัยดังกล่าวข้างต้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าการเปิดตัวโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยใหม่ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลในปี 2555 จะอยู่ที่ประมาณ 84,500-87,500 หน่วย ซึ่งจะเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับการเปิดตัวโครงการใหม่ในปีที่ผ่านมา ที่มีจำนวน 85,800 หน่วย

          โดยในช่วงที่เหลือของปี 2555 นี้ คาดว่าผู้ประกอบการจะชะลอการเปิดตัวโครงการแนวราบจนถึงปลายไตรมาส 3 หรือจนกว่าจะมั่นใจว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2554 ที่ผ่านมา เนื่องจากทำเลที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมใหญ่ในปีที่ผ่านมา เป็นทำเลหลักของการพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวราบ ครอบคลุมแทบทุกกลุ่มระดับราคา ทำให้ทางเลือกในการเฟ้นหาทำเลที่ไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมนั้น เป็นไปได้ยากลำบาก

          ขณะที่การพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในและชั้นกลางและตามเส้นทางรถไฟฟ้ายังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากความต้องการที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียมในบางทำเลยังมีอยู่สูง อีกทั้งตลาดคอนโดมิเนียมยังอาจได้รับอานิสงส์จากวิกฤติน้ำท่วมปี 2554 ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยอาจหันมาให้ความสำคัญในการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียม และยังอาจกลายมาเป็นทางเลือกในการซื้อบ้านหลังที่ 2 สำหรับกลุ่มผู้บริโภคที่มีความพร้อมทางด้านการเงิน

          อย่างไรก็ดี การพัฒนาที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียมนั้นมีปัจจัยเฉพาะทางธุรกิจ คือ ต้นทุนการก่อสร้าง อาทิ ราคาที่ดินที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ราคาวัสดุก่อสร้าง ซึ่งปัจจัยด้านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นมีผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของตลาด CITY Condo จากที่เคยมุ่งเป้าหมายกลุ่มลูกค้าจากระดับกลาง (Middle income group) เป็นกลุ่มลูกค้าชั้นกลางระดับบน (Upper Middle income group) และจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทำเลที่ตั้งของโครงการสู่ตลาดชานเมืองรอบกรุงเทพฯ หรือตามแหล่งชุมชนที่มีเส้นทางการคมนาคมสะดวก และตั้งอยู่ในรัศมีรถไฟฟ้า

          ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มีความเห็นว่า การเติบโตของตลาดคอนโดมิเนียมยังสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ โดยขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านราคา ซึ่งราคาคอนโดมิเนียมปัจจุบันนั้นมีราคาต่อตารางเมตรค่อนข้างสูง ซึ่งการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมในหลายๆ ทำเล ราคาขายต่อหน่วยขั้นต่ำ สำหรับห้องนอนเดียวขยับขึ้นมาไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท จากเดิมที่เคยเปิดตัวประมาณ 1 ล้านบาทต้นๆ ย้อนหลังไปเมื่อ 3 ปีก่อน ทำให้กลุ่มลูกค้าบางกลุ่มนั้นหดหายไป

 

- การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล...คาดกลับมาฟื้นตัวดีขึ้นหากไม่เกิดน้ำท่วม

          สำหรับการแข่งขันทางธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของผู้ประกอบการในช่วงที่เหลือของปี 2555 นี้ คงจะทวีความเข้มข้นมากขึ้น โดยเฉพาะปัจจัยด้านเศรษฐกิจไม่เอื้อต่อการเร่งตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยของผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัย ทำให้ผู้ประกอบการต่างเร่งแคมเปญการตลาด เพื่อกระตุ้นให้ผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยเร่งตัดสินใจซื้อ โดยแคมเปญการตลาดที่ออกมาในช่วงนี้ นอกจากจะแจกของสมนาคุณ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ โทรศัพท์เคลื่อนที่สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต เป็นต้น และการออกค่าใช้จ่ายในการซื้อที่อยู่อาศัย เช่น ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย และค่าจดจำนอง เป็นต้น ผู้ประกอบการยังได้จัดแคมเปญอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0 เป็นเวลา 3 ปี ร่วมกับสถาบันการเงิน หรือการกำหนดวงเงินการผ่อนขั้นต่ำตามระยะเวลากำหนด นอกจากนี้ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ คาดว่าจะได้รับปัจจัยบวกจากโครงการสินเชื่อ Soft Loan ของธนาคารแห่งประเทศไทย สำหรับผู้ที่ประสบอุทกภัยในปี 2554 ที่มีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัย ทั้งบ้านใหม่ บ้านมือสอง ซ่อมแซมบ้าน และผู้ที่ต้องการรีไฟแนนซ์บ้าน ที่ธนาคารพาณิชย์คงจะนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยกันอย่างเข้มข้น โดยสินเชื่อสำหรับบุคคลในโครงการ Soft Loan กำหนดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3.0 ต่อปี คงที่ตลอดระยะเวลา 5 ปี

          ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าแนวโน้มการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ในปี 2555 จะมีประมาณ 148,700-154,000 หน่วย หดตัวร้อยละ 1.0 ถึงขยายตัวร้อยละ 2.5 แต่ก็เป็นทิศทางที่ดีกว่าในปี 2554 ที่หดตัวสูงถึงร้อยละ 12.8 โดยในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ จะได้รับแรงหนุนจากโครงการคอนโดมิเนียมที่จะทยอยสร้างเสร็จเข้าสู่ตลาด

 

บทสรุป

          ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มีความเห็นว่า การเติบโตในช่วงครึ่งหลังของปี 2555 นี้ ยังมีปัจจัยที่ท้าทายผู้ประกอบการทั้งในด้านการลงทุนโครงการใหม่ๆ และการทำตลาดเพื่อกระตุ้นยอดขาย โดยแม้ว่าตลาดจะได้รับปัจจัยบวกจากมาตรการที่อยู่อาศัยหลังแรก โครงการ Soft Loan ของธนาคารแห่งประเทศไทย การแข่งขันในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่มีความรุนแรงแล้วก็ตาม

          แต่เนื่องจากตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงสูงจากปัญหาเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจไทยที่กำลังฟื้นฟูจากเหตุการณ์น้ำท่วมหนักในปี 2554 ต้นทุนการประกอบการที่สูงขึ้น อีกทั้งยังมีปัจจัยใหม่อย่างเรื่องภัยพิบัติธรรมชาติ และกลายเป็นโจทย์สำคัญของผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในการที่จะเลือกทำเลในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในพื้นที่ที่ไม่ถูกน้ำท่วม หรือการบริหารจัดการโครงการให้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมให้น้อยที่สุดในปีนี้ 

          โดย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าแนวโน้มการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลในปี 2555 จะมีประมาณ 148,700-154,000 หน่วย หดตัวร้อยละ 1.0 ถึงขยายตัวร้อยละ 2.5 ซึ่งเป็นการปรับตัวดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป จากที่ในปี 2554 หดตัวลงไปสูงถึงร้อยละ 12.8 โดยกำลังซื้อยังคงมาจากกลุ่มผู้บริโภคที่มีความพร้อมและมีความจำเป็นในการซื้อที่อยู่อาศัยเป็นหลัก เนื่องจากตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังมีปัจจัยเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจ และภาระรายจ่ายของผู้บริโภคที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจจะชะลอการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคในที่สุด

          สำหรับการเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยในช่วงครึ่งหลังของปี 2555 นี้ น่าจะกลับมาดีขึ้น โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี อย่างไรก็ดี การเปิดโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ยังคงมีปัจจัยในเรื่องของเศรษฐกิจและน้ำท่วม ที่จะมีผลต่อการเปิดโครงการใหม่ได้ โดย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า การเปิดตัวโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยใหม่ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลในปี 2555 จะอยู่ที่ประมาณ 84,500-87,500 หน่วย ซึ่งเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา ที่มีการเปิดตัวที่อยู่อาศัย 85,800 หน่วย โดยปีนี้ผู้ประกอบการกลับมาให้น้ำหนักการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม ทดแทนการชะลอตัวในตลาดของบ้านแนวราบ ซึ่งการฟื้นตัวของตลาดบ้านแนวราบยังคงต้องติดตามดูสถานการณ์น้ำในฤดูฝนที่จะถึงนี้

 

          Disclaimer

          รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงข้อมูลได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณของตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯจะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็นหรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น

 

          * ผู้สนใจสามารถสมัครสมาชิกได้ที่ฝ่ายสนับสนุนองค์กร บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด อาคารธนาคารกสิกรไทย เลขที่ 400/22 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 โทร. (66 2) 0-2273-1883-5 โทรสาร. (66 2) 0-2270-1218 หรือ 0-2270-1235, 0-2270-1569, 0-2271-4032 Email: kr.info@kasikornresearch.com  http://www.kasikornresearch.com

 

Urban link property expert (Thailand)

Recommended Project: Ashton Asoke | Ashton | Ideo Q Siam-Ratchathewi | Ideo Q Siam-Ratchathewi (Sole Agent) | Ideo Mobi Rama 9 | Ideo Q Phayathai | Ideo Q Chula-Samyan | Ideo Q Ratchathewi | Ideo Mobi Sukhumvit Eastgate | Ideo Mobi Sukhumvit Eastgate (Sole Agent) | Ideo Mobi Wongsawang - Interchange | Ideo Mobi Wongsawang - Interchange (Sole Agent) |

All right reserved 2014 The Agent (Property Expert) Co.,Ltd